นโยบายส่งเสริมสนับสนุนด้านการวิจัย
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

X1AM0895
1. นโยบายส่งเสริมด้านการวิจัย

ภาพรวมงานวิจัยคณะบริหารธุรกิจ
ปัจจุบันคณะบริหารธุรกิจ ได้มีนโยบายเพื่อมุ่งเน้นการวิจัย สร้างองค์ความรู้ชั้นสูง และผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีกระบวนการของการพัฒนางานวิจัย ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ การสร้าง (Creating) การพัฒนา (Developing) และการเผยแพร่ (Delivering) ในกระบวนการแรก คือ Creating ได้แก่ การสร้างนักวิจัย การสร้างองค์ความรู้ และการเสาะหาแหล่งทุน ทั้งภายในและนอกประเทศ และมีการพัฒนาคุณค่างานวิจัย (Developing) ได้แก่ การวิจัยที่สนับสนุนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดทางด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เศรษฐกิจ สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น และศักยภาพพื้นที่ และไปสู่กระบวนการขั้นสุดท้าย (Delivering) คือ การเผยแพร่องค์ความรู้ โดยมีการนำผลงานวิจัยเผยแพร่สู่ชุมชน นำผลงานวิจัยไปใช้ในการเรียนการสอน รวมทั้งสิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักที่จะทำให้การวิจัยเป็นที่รับรู้ก็คือการตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ
v1
ภาพที่ 1 กระบวนการพัฒนางานวิจัยคณะบริหารธุรกิจ

คณะบริหารธุรกิจ ประกอบด้วยภาควิชาการเงินและการธนาคาร การจัดการ การตลาด และการบัญชี ซึ่งถือเป็นหัวใจทางด้านวิชาการของการบริหารธุรกิจ ในอดีตที่ผ่านมา คณะฯ ได้มีการสนับสนุนงานวิจัยให้มีการทำงานวิจัยทางด้านการเงิน การจัดการ การตลาด และการบัญชี แต่งานวิจัยยังไม่ได้มีการบูรณาการที่เป็นรูปธรรม และไม่มีเป้าหมายของการทำวิจัยที่เฉพาะเจาะจงและมีความชัดเจน ดังนั้นคณะบริหารธุรกิจ จึงได้กำหนดทิศทางใหม่ที่มีการบูรณาการมากขึ้น เริ่มจากการสร้างองค์ความรู้ใน 4 สาขาวิชาหลักของการบริหารธุรกิจเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาการวิจัยต่อไป เพื่อให้มีการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปตอบปัญหาของสังคมได้ เมื่อวิเคราะห์จากศักยภาพของพื้นที่ทางภาคเหนือ คณะฯ เห็นว่าทิศทางของงานวิจัยควรจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน โดยมุ่งประเด็นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมไมตรีจิต (Hospitality Cluster) ได้แก่ สปา โรงแรม การท่องเที่ยว ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้มีความต้องการบริหารจัดการที่ยั่งยืนเนื่องจากเสี่ยงต่อการที่จะถูกทำลายในระยะยาวเป็นอย่างมาก โดยจะมีการบูรณาการ 4 สาขาวิชาหลัก และร่วมกับคณะต่าง ๆ หรือสถาบันอื่นๆ เพื่อดำเนินงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง คณะฯ ได้กำหนดทิศทางงานวิจัยหลักไว้ 6 Themes ดังนี้

X1AM0898
1. ท่องเที่ยว
2. SME
3. ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
4. จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
5. Service (Hospitality Financial, Institute, Education)
6. นวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ เพื่อให้การเผยแพร่งานวิจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยังมีการบูรณาการในแง่ของหลักสูตร การบริการวิชาการ การวิจัย และการเรียนการสอนเข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น การจัดประชุมทางวิชาการเพื่อบริการชุมชนให้แก่ผู้ประกอบการ สามารถทำวิจัยควบคู่ไปด้วยโดยเก็บข้อมูลวิจัยแบบสอบถามจากผู้ร่วมประชุม และได้งานวิจัยซึ่งสามารถนำมาพัฒนาการเรียนการสอนได้ด้วย รวมทั้ง คณะฯ ได้มีนโยบายปรับโครงสร้างของหลักสูตรปริญญาโททุกหลักสูตรเพื่อให้มีจุดเด่น และมีความเฉพาะทางมากขึ้น และรวมถึงการกำหนดหัวข้อวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอิสระของนักศึกษาปริญญาโทให้สอดคล้องกับทิศทางและนโยบายวิจัยของคณะฯ ด้วย

v2
ภาพที่ 2 การบูรณาการงานวิจัยกับการเรียนการสอนและบริการวิชาการแก่ชุมขน

กลไกที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการบูรณาการงานวิจัยกับการบริการวิชาการสู่สังคม คือ การจัดตั้งสถาบันเพื่อความเป็นเลิศด้านยุทธศาสตร์และนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการวางแผนยุทธศาสตร์วิจัยและวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ ได้สะสมองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อนำไปพัฒนาการเรียนการสอน ลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน และเป็นการพัฒนางานวิจัยด้วยการเรียนรู้จากชุมชน อย่างไรก็ตาม คณะบริหารธุรกิจเป็นคณะฯ ที่ไม่ใหญ่ รวมทั้งบุคคลากรที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ก็ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีการลาศึกษาต่อมากถึงประมาณร้อยละ 20 ของอาจารย์ทั้งหมด ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ (Key Success Factor) คือ เครือข่ายภายนอก ได้แก่ ศิษย์เก่าหลักสูตรต่าง ๆ ที่จบการศึกษาไป พันธมิตรทางด้านวิชาการ เช่น เครือข่ายภาคเหนือตอนบน อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ต่าง ๆ เป็นต้น คณะฯ เห็นว่า การมีเครือข่ายในการทำงานและมีการบูรณาการร่วมกันจะช่วยสร้างความเข้มแข็งได้เกิดขึ้นได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วขึ้น

v3
ภาพที่ 3 ปัจจัยความสำเร็จด้านการวิจัย


จากที่กล่าวมาข้างต้น คือ ภาพทิศทางงานวิจัยของคณะบริหารธุรกิจ แต่ว่าทำอย่างไรที่จะนำทิศทางและนโยบายของคณะฯ ลงสู่การปฏิบัติได้ ส่วนหนึ่งที่คณะฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค (SWOT) ของคณะฯ โดยมีการประชุมและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรืออาจารย์ในคณะฯ และจากข้อมูลงานวิจัยของคณะฯ พบว่า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา มีบุคลากรในคณะฯ ที่ทำวิจัยเพิ่มขึ้นทุกปี แสดงให้เห็นว่า บุคลากรได้มีการสร้างการรับรู้เรื่องของงานวิจัย และเห็นความสำคัญของงานวิจัยแล้ว แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดคุณภาพและเกิดความเข้มแข็งด้านวิชาการได้ จุดอ่อนอย่างหนึ่งในการทำวิจัยของบุคลากรในคณะฯ คือ งานวิจัยที่ทำยังมีการตีพิมพ์ทางวิชาการน้อยมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ผลงานที่จะตีพิมพ์ได้ จะต้องอยู่ในระดับที่ทางด้านทฤษฎีต้องเข้มแข็ง รวมทั้งการจัดสัมมนาวิชาการ ฝึกอบรม บรรยายวิชาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัยและพัฒนาด้านการเรียนการสอน การจัดการองค์ความรู้ (Knowledge management) การวิจัยเพื่อสร้างกรณีศึกษาและการนำกรณีศึกษามาใช้ในการเรียนการสอน มีการจัดทำหนังสือผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยของบุคลากรในคณะฯ (Acc-BA Expertise book) ประชาสัมพันธ์ทุนวิจัยจากเงินรายได้ของคณะฯ แบบเชิงรุก โดยบุคลากรฝ่ายวิจัย ได้จัดทำ TOR เพื่อกำหนดขอบเขตงานวิจัยที่คณะฯ ต้องการ และกระตุ้นให้อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของคณะฯ เสนอแผนการดำเนินวิจัยมาขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยของคณะฯ ในด้านการส่งเสริมความร่วมมือทำวิจัยกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศก็ได้ดำเนินการติดต่อกับมหาวิทยาลัยที่เป็นพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อกำหนดหัวข้อวิจัยร่วมกัน รวมทั้งมีการจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยทางบริหารธุรกิจ เป็นต้น การจัดสรรงบประมาณวิจัย policy

ภาพที่ 4 การจัดสรรงบประมาณวิจัยเงินรายได้คณะฯ ด้านการวิจัย

คณะฯ ได้จัดสรรงบประมาณรายได้คณะฯ ด้านการวิจัยเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ประมาณร้อยละ 59 เพื่อลงทุนให้เกิดงานวิจัยเป็นทุนในการทำวิจัยของคณาจารย์ ประมาณร้อยละ 24 สำหรับการเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อเป็นค่าสมนาคุณในการตีพิมพ์ผลงานวิจัยและทุนในการนำเสนอผลงานวิจัย และร้อยละ 13 สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการวิจัย เพื่อจัดซื้อโปรแกรมสถิติด้านการวิจัยและสนับสนุนนักวิชาการต่างประเทศเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาด้านการวิจัย ร้อยละ 3 สำหรับการฝึกอบรมสัมมนาด้านการวิจัย  และร้อยละ 1 สำหรับการบริหารงานวิจัยฝ่ายวิจัย

สำหรับกลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมให้เกิดงานวิจัยตามทิศทางที่กำหนด ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่

1) แหล่งทุน (Procurement)

1.แหล่งทุน (Procurement)

1.1 แหล่งทุนภายใน

 รายละเอียดอยู่ในหัวข้อที่ 2 การจัดสรรเงินทุนวิจัยภายใน

1.2 แหล่งทุนภายนอก

 

  • ภาครัฐ
  • องค์กรอิสระ
  • ภาคเอกชน

ให้ทุนประจำ/ ไม่ประจำ

เป้าหมาย

  • ส่งข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างน้อยปีละ 3 เรื่อง

ร่วมมือกับศูนย์นวัตกรรมเข้าหาองค์กรภายนอกเพื่อหางานวิจัยและทุนวิจัย

 

 

 

 

 

 

 

2) ทรัพยากรด้านการวิจัย


2. ทรัพยากรด้านการวิจัย (จัดสรรงบประมาณ 2 ใน 3 ของงบประมาณส่วนแผนงานวิจัยส่วนกลางทั้งหมด)

  • ทุนภายในที่เพียงพอ (ภายในและนอกคณะฯ)
  • กลุ่มวิจัย
  • อุปกรณ์และวัสดุในการทำวิจัย

 

2.1 จัด workshop

  • เพื่อเริ่มต้นงานวิจัยและสร้างกลุ่มวิจัย
  • เพื่อสนับสนุนกลุ่มวิจัยในการทำข้อเสนอโครงการ
  • Post-Doct. /นักวิจัยรุ่นใหม่

เป้าหมาย
ทำอย่างต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง

2.2 จัดสรรเงินทุนวิจัยภายใน

  • 1. ภาควิชา

 

 

– ทุนวิจัยคณาจารย์ จำนวน100,000 บาท/ ท่าน

  • 2. ส่วนกลาง

 

  • วิจัยสถาบัน
  • วิจัยส่งเสริม 6 theme ของคณะ
  • ป.เอก
  • 300,000 บาท/ปี
  • 1,000,000 บาท/ปี

 

  • 500,000  บาท/ปี

2.3  สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และผู้ช่วยวิจัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3) กระบวนการด้านการวิจัยและการเรียนรู้ร่วมกัน (KM)  

3.  กระบวนการด้านการวิจัยและการเรียนรู้ร่วมกัน (KM)
(จัดสรรงบประมาณ 1 ใน 3 ของงบประมาณส่วนแผนงานวิจัยส่วนกลางทั้งหมด)

3.1 กระบวนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวิจัย

  • Workshop (ทีมวิจัย)

– จัดทำ Workshop สำหรับกลุ่มวิจัย  มีการสร้างเครือข่ายร่วมกับสถาบันองค์กร-สถาบันภายนอก

  • Training

หัวข้อที่จะจัดอบรมแต่ละปี (ขึ้นกับความต้องการของบุคลากรในคณะฯ) เช่น

  • การตีพิมพ์ผลงานวิชาการระดับนานาชาติ
  • งานวิจัยเชิงคุณภาพ
  • การอบรมสถิติการวิจัย
  • Conference

ปีละ 1 ครั้ง

3.2 กระบวนการบริหารงานวิจัย

  • ฐานข้อมูลวิจัย/การสำรวจความพึงพอใจการสนับสนุนงานวิจัย

อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

  • ฐานข้อมูลแหล่งทุนวิจัย
  • การพัฒนา IS/THESIS เป็นงานวิจัย

3.3 กระบวนการจูงใจด้านการวิจัย

  • เงินรางวัล
  • ตีพิมพ์
  • 5,000 บาท/บทความ (ระดับชาติ) /ไม่เกิน 30,000 บาท/บทความ (ระดับนานาชาติ) และ Top Up งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Scimago ไม่เกิน 100,000 บาท/บทความ ขึ้นกับคุณภาพการตีพิมพ์
  • เงินสนับสนุน
  • นำเสนองานวิจัยระดับนานาชาติ (Full Paper)
  • ไม่เกิน 50,000 (ปีละ 3 เรื่อง)
  • พัฒนาข้อเสนอโครงการ (ใน/ต่างประเทศ)
  •  50,000 บาท/เรื่อง (ปีละ 4 เรื่อง) สำหรับภายในประเทศงบประมาณจ่ายตามจริง
  • นักวิชาการต่างประเทศ
  • 150,000 บาท/ ปี
  • ซื้อ Fulltext paper/Software
  • 100,000 บาท/ปี

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4) แหล่งตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย/บทความวิชาการ


4.  แหล่งตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย/บทความวิชาการ

4.1 ภายในคณะ

  • จัด conference คณะทุกปี

ระดับชาติและระดับนานาชาติ

  • วารสารคณะ

ขอนำวารสารเข้าฐานข้อมูล TCI

4.2 ภายนอกคณะ

  • Academic Journal
  • ฐานข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ยอมรับ
  • ฐานข้อมูลนานาชาติที่ยอมรับในวงวิชาการ (Scopus ฯลฯ)
  • การนำเสนอผลงานวิจัยในประเทศ/ต่างประเทศ
  • เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลงานนำเสนอผลงานวิจัยจากคณาจารย์ ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซด์คณะฯ  (Conference Alert! ทั้งไทยและต่างประเทศ)
  • การส่งเสริมการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการที่มีคุณภาพและลิขสิทธิ์ของทรัพย์สินทางปัญญา
  • สนับสนุนให้มีการนำผลงานวิชาการ/หนังสือ/ตำรา ตีพิมพ์ในแหล่งที่มีคุณภาพ เช่น โรงพิมพ์จุฬาฯ  และมีการอ้างอิงทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การขอ ISSN ISBN เป็นต้น

                    


ตัวชี้วัดผลงาน ตามคำรับรองของคณะฯ ต่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ตัวชี้วัด

หน่วยนับ

เป้าหมายแต่ละปี

1. จำนวนโครงการวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการทำวิจัย

โครงการ

เป้าหมายตามคำรับรองของคณะฯ ต่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในแต่ละปี

2. จำนวนเงินทุนวิจัย นวัตกรรม หรืองานสร้างสรรค์จากแหล่งทุนภายนอก

ล้านบาท

3. จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม หรืองานสร้างสรรค์ที่ตีพิมพ์ เผยแพร่ หรือนำไปใช้ประโยชน์ในระดับชาติหรือระดับนานาชาติ

ผลงาน/ชิ้นงาน

4. จำนวนบทความวิจัยได้รับการอ้างอิง (Citation) ใน Refereed Journal หรือในฐานข้อมูลระดับชาติหรือระดับนานาชาติ

บทความ

5. ร้อยละของอาจารย์และนักวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการทำวิจัย นวัตกรรม หรืองานสร้างสรรค์จากแหล่งทุนภายในและภายนอก ต่อ อาจารย์และนักวิจัยทั้งหมด

ร้อยละ

6. ร้อยละของอาจารย์ประจำคุณวุฒิปริญญาเอกที่บรรจุใหม่ต้องมีผลงานวิจัยภายใน 5 ปี

ร้อยละ

 

2. การดำเนินการสนับสนุนด้านการวิจัย:

คณะบริหารธุรกิจได้สนับสนุนให้คณาจารย์ดำเนินงานวิจัยเพื่อเสริมสร้างรากฐาน การวิจัยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ชั้นสูงและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ส่งเสริมและการพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่องโดยสนับสนุนงบประมาณ จัดการฝึกอบรม สัมมนาให้กับบุคลากรในสังกัด สนับสนุนให้คณาจารย์เข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งนำเสนอผลงานวิจัย และเผยแพร่งานวิจัยอย่างต่อเนื่อง

คณะบริหารธุรกิจได้แต่งตั้งคณะกรรมการวิจัยคณะบริหารธุรกิจ ประกอบด้วย ผู้แทนอาจารย์จากทุกภาควิชา ได้แก่ ภาควิชาการตลาด ภาคการเงินและการธนาคาร ภาคการบัญชี และภาคการจัดการ มีหน้าที่ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานวิจัยเพื่อให้สอดคล้องและบรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบันด้านการวิจัย เช่น การจัดทำแผนปฏิบัติการ นโยบายด้านการวิจัย รวมทั้งกลั่นกรองและพิจารณางานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากเงินรายได้ของคณะฯและการจัดทำกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 

 นอกจากนั้น ยังได้กำหนดให้มีกลไกในการบริหารจัดงานวิจัย และงานสร้างสรรค์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยของมหาวิทยาลัย ข้อที่ 1: การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งคณะได้กำหนดให้มีกระบวนการต่าง ๆ ดังนี้

  • จัดการประชุมร่วมกับคณาจารย์ในคณะเพื่อหาทิศทางในการดำเนินงานวิจัยเฉพาะทางและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติข้อที่ 1 โดยเน้นกลยุทธ์การวิจัยที่ 4 วิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว รวมทั้งอุตสาหกรรมบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สปา ของที่ระลึก เป็นต้น  
  •  จัดทำ TOR เพื่อให้คณาจารย์เขียนข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนทุนวิจัยในเชิงประยุกต์ตลอดจนการวิจัยการจัดทำกรณีศึกษา โดยมีงบประมาณสนับสนุนจากเงินรายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางงานวิจัยของคณะรวมทั้งคณะได้มีการจัดส่งคณาจารย์เพื่อเป็นตัวแทนกับ สกอ. ในการอบรมการเขียนกรณีศึกษา และมาเป็นวิทยากรเพื่ออบรมการเขียนกรณีศึกษาให้กับคณาจารย์ในสถาบันอื่นในเขตภาคเหนือเพื่อใช้ในการเรียนการสอน    
  • จัดทำคู่มือการบริหารงานวิจัย แบบฟอร์มต่างๆ ในการขอทุนสนับสนุนจากเงินรายได้ของคณะเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคณาจารย์ และมีความเป็นมาตรฐาน          
  • สนับสนุนการดำเนินงานเป็นกลุ่มวิจัยเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางงานวิจัย และมีการ บูรณาการระหว่างหน่วยงานภายใน ภายนอกสถาบัน รวมทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งคณะบริหารธุรกิจได้มีการริเริ่มให้เกิดกลุ่มวิจัยด้านอุตสาหกรรมไมตรีจิต โดยการสร้างองค์ความรู้ ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษาในการทำวิจัย กระตุ้นให้บุคลากรอ่าน Academic paper และกระตุ้นให้มีการตีพิมพ์นานาชาติ โดยคณะสนับสนุนทุนให้กับบุคลากรเพื่อเดินทางไปปรึกษาข้อเสนอโครงการ วิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศ 

  • สนับสนุนให้บุคลากรดำเนินการวิจัย โดยมีงบสนับสนุนจากภายในสถาบันและส่งเสริมให้ขอรับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก
  • จัดฝึกอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาทักษะด้านการวิจัย เช่น การอบรมสถิติด้านวิธีการวิจัย  SEM, AMOS Training  Factor Analysis และงานวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม การฝึกอบรมสถิติด้วย SPSS 
  • สนับสนุนการเผยแพร่และตีพิมพ์ผลงานวิชาการโดยการจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติและนานาชาติปีละ 1 ครั้ง (การประชุมเสนอผลงานวิจัยด้านการจัดการธุรกิจ:  BMRC และ International Business Management Research Conference (IBMRC) การประชุมระดับชาติได้เริ่มจัดตั้งแต่ปี 2551 และระดับนานาชาติ เริ่มจัดตั้งแต่ปี 2554 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน และมีการให้รางวัลเพื่อกระตุ้นการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการของบุคลากร    
  • เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงในด้านการทำวิจัย โดยร่วมมือกับนักวิชาการไทยในต่างประเทศเพื่อความร่วมมือทางวิชาการด้านบริหารธุรกิจในโครงการ ATPAC 
  • จัดให้มีการประเมินผลงานวิจัยจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้ผลงานวิจัยมีคุณภาพและบุคลากรได้พัฒนางานวิจัย   
Share on FacebookTweet about this on TwitterPrint this pageShare on Google+Email this to someone