10414513_10153082052571319_3267548664827047278_n


เมื่อเราตัดสินใจเข้าสู่การแข่งขัน ในการเข้ารับการคัดเลือก เพื่อเข้าเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ สำหรับผู้บริหาร ด้วยความเข้าใจว่าหลักสูตรนี้ จะสามารถทำให้เราเข้าถึงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน และมีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในอนาคต เราจึงตั้งใจและตั้งมั่นในการเรียนรู้ตามหลักสูตร เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงดังกล่าว

เมื่อสามารถเข้ามาได้แล้ว เราก็เจอบททดสอบแรกและการเปิดโลกกว้างสู่ธุรกิจทันที  ในวันปฐมนิเทศ ตั้งแต่เข้าฟังวิทยากรที่ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเกือบทุกปี รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ท่านจะมาบรรยายเกี่ยวกับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หน้าใหม่ๆ ของธุรกิจที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน  เราตั้งใจฟังด้วยหัวใจที่พองโต จากที่ไม่เคยสนใจการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่เราดำเนินอยู่  ก็ต้องหันกลับมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา จากไกล เข้ามาใกล้ เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์การตลาด ให้สามารถแข่งขันได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนแบบนี้

บททดสอบถัดมา คือ การเรียนและกิจกรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกันในปี 1 และปี 2 โดยหลักสูตรของบริหารธุรกิจ สำหรับผู้บริหารแล้ว นักศึกษาต้องเรียนในทุกๆ วิชาที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นวิชาการจัดการ การตลาด การเงิน และบัญชี  ซึ่งปี 1 จะมีการปูพื้นฐานวิชาเหล่านี้ และปัจจุบันมีการเปลี่ยนหลักสูตรเป็น 2 หน่วยกิต เพื่อซอยเนื้อหาวิชา ให้นักศึกษาสามารถเรียนและทดสอบได้มากขึ้น  สามารถเก็บสะสมคะแนนได้  ไม่ต้องเรียนทีเดียวแล้วสอบเลยเหมือนเมื่อก่อน   แต่ก็ยังคงครอบคลุมการทำงานกลุ่ม การเก็บคะแนนในห้อง และการทดสอบด้วยข้อสอบเหมือนเดิม   วิชาการมาคู่กับกิจกรรม เป็นสิ่งที่สอนให้นักศึกษาได้บริหารเวลา บริหารงาน และบริหารคน อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะ เช่น กิจกรรมรับน้องขึ้นดอย กิจกรรมรับน้องขันโตก กิจกรรมไหว้ครู กิจกรรมรดน้ำดำหัวตามประเพณีล้านนา เป็นต้น ส่งผลต่อการเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ซึ่งนักศึกษาหลักสูตรนี้ ส่วนมากเป็นเจ้าของกิจการและผู้บริหารในองค์กรชั้นนำของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง  ฉะนั้นการเรียนวิชาการที่เข็มแข็งคู่กิจกรรมสร้างสรรค์ จึงส่งผลดีต่อการทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคมของตนทั้งปัจจุบันและอนาคต

นอกจากวิชาการที่เราเรียกว่า Course Work แล้ว ยังมี Seminar ของวิชาหลักๆ โดยเชิญวิทยากรจากบริษัทชั้นนำ เช่น Seven Eleven, Toshiba, SCG, CP, APM Consult เป็นต้น เป็นการนำเสนอในภาคปฏิบัติจริง และสิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ (Key Success Factor) ตามมุมมองของวิชานั้นๆ  การให้ลองตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้บริษัทจำลอง One Sim  หรือแม้กระทั่งการไปดูงานต่างประเทศ ทั้งใกล้และไกล เพื่อจะได้เห็นภาพของธุรกิจขนาดใหญ่ในระดับสากล และยังได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้เกิดความรักความสามัคคีอีกด้วย  ทั้งนี้การส่งผ่านความดี จะอยู่ในกิจกรรมของชมรม ExMBA ด้วย ได้แก่ กิจกรรมรับน้อง ซึ่งมีกีฬาสามัคคี และสันทนาการในวันเดียวกัน โดยหารายได้จากกลุ่มศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่โครงการแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกล หรือผู้ประสบภัยต่างๆ เช่น โครงการหอบรักไปห่มป่า เป็นโครงการเพื่อเทิดพระเกียรติต่อพ่อของแผ่นดิน ซึ่งได้จัดทำมาเป็นปีที่ 3 แล้ว เป็นต้น

บททดสอบสุดท้ายของการเรียน คือ การสอบ Comprehensive และการศึกษาค้นคว้าแบบอิสระ ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายที่เราจะต้องผ่าน เพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งเป็นเครื่องหมายว่าเราจบหลักสูตร เป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว  ในท้ายสุดที่เราผ่านกระบวนการสอบและการสอบเล่มของการศึกษาค้นคว้าแบบอิสระ เราจะเป็นภาพของ Jigsaw ทุกตัว ได้ถูกต่อเรียงกันอย่างถูกต้อง เป็นภาพที่ครบถ้วน สวยงาม และปนกับความภาคภูมิใจ คุ้มค่ากับความอดทนและเหน็ดเหนื่อย และเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปณิธานของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จะสร้างคนเก่ง รอบรู้ และเป็นคนดี สู่สังคม ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า

“The Business School of Choice for Service Businesses and Social Enterprises” The Greatest Place To Be and The Greatest Place To Be From คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสถาบันที่มีผู้อยากเข้าศึกษาด้านธุรกิจบริการ และธุรกิจเพื่อสังคม เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยมีค่านิยมตามอักษรย่อของคณะ คือ ACCBA ดังนี้


ค่านิยม

A = Academic Excellence มีความเป็นเลิศทางวิชาการ 
  C = Competence มุ่งสร้างสมรรถนะ
  C = Collaboration ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา
  B = Best Practices การปฏิบัติที่เป็นเลิศ
  A = Accountability โปร่งใส

คุณนุสรา  อุดล
Sale Manager at Piboon Concrete.