คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 64 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีปฐมนิเทศและมอบตัวเป็นศิษย์ ให้แก่นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาสมาธิเพื่อผู้นำธุรกิจจำนวน 84 คน ในวันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร 2 เพื่อความเป็นสิริมงคลและความภาคภูมิใจของนักศึกษาที่ได้เป็นลูกศิษย์ของพระธรรมมงคลญาณ (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 99 ปี

วิชาสมาธิเพื่อสมาธิเพื่อผู้นำธุรกิจ (MGMT 330 Meditation for Business Leader) เปิดสอน ณ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิชาเอกเลือกของนักศึกษาภาควิชาการจัดการ ส่วนนักศึกษาที่เรียนในสาขาอื่น สามารถเรียนเป็นวิชาเลือกเสรีจำนวน 3 หน่วยกิต แบ่งเป็นทฤษฎี 2 หน่วยกิต (2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ปฏิบัติ 1 หน่วยกิต (2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) การเรียนการสอนได้นำหลักสูตรสมาธิเพื่อพัฒนาชีวิต ของพระธรรมมงคลญาณ (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล และประธานผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ (Willpower Institute) มาปรับใช้

สำหรับการสอนในภาคการศึกษาที่ 2/2561 นี้ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อดิศักดิ์ ธีรานุพัฒนา อาจารย์ประจำภาควิชาการจัดการ เป็นผู้รับผิดชอบกระบวนวิชา และคณะบริหารธุรกิจได้เชิญจากอาจารย์จากสถาบันพลังจิตตานุภาพ อีก 3 ท่าน เป็นผู้สอนร่วม ดังนี้
1) อาจารย์วไลทัศน์ วรกุล ผู้ดูแลสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 64 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2) อาจารย์ ดร.วิจิตรไพลิน เสรีศักดิ์ ผู้ดูแลสถาบันพลังจิตตานุภาพสาขาที่ 115 วัดท่าทอง จังหวัดอุตรดิตถ์
3) อาจารย์ ดร.ปธานชัย วายุโชติ ผู้ดูแลสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 114 วัดม่วยต่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และผู้ช่วยผู้ดูแลสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 154 วัดป่าดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่


คณะบริหารธุรกิจมีพันธกิจที่จะผลิตบัณฑิตที่มีจิตสำนึกต่อสังคม และผลิตบัณฑิตที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและจริยธรรมต่อธุรกิจและสังคม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้นักศึกษาได้ปฏิบัติสมาธิ เพื่อเพิ่มพลังจิต ให้สามารถควบคุมจิต มีปัญญาเฉลียวฉลาด มีความรับผิดชอบสูง มีความยับยั้งชั่งใจ มีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมและแก่ตัวบัณฑิตเอง

สมาธิมีบทบาทสำคัญในการศึกษา การทำสมาธิคือการปรับปรุงจิตใจให้สงบ และขจัดอารมณ์มัวเมาต่าง ๆ ออกไปจากจิตใจ ทำให้เกิดความเฉียบคมของปัญญา เมื่อทำสมาธิผลิตพลังจิตมาได้ในระดับหนึ่ง ก็สามารถควบคุมจิตใจได้ เมื่อควบคุมจิตใจได้ ความรับผิดชอบของบุคคลนั้น ๆ ก็จะสูงขึ้น ความเห็นแก่ตัวลดลง และความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมก็จะมากขึ้น

สมาธิมีความจำเป็นสำหรับนักบริหารธุรกิจด้วยเช่นกัน นักธุรกิจมีความจำเป็นต้องใช้สมอง ด้วยเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน สมองของมนุษย์จะต้องทำงานหนัก สมาธิธรรมชาติที่มีอยู่ไม่พอใช้ มิฉะนั้นจะก้าวไม่ทันผู้อื่น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีสมาธิเพิ่มขึ้น หากนักธุรกิจปรารถนาจะเสริมสร้างคุณสมบัติที่มีความแกร่งกล้ามากกว่าปกติ ก็จะต้องแสวงหาวิธีทำสมาธิที่เหมาะสมและถูกต้อง เมื่อนักธุรกิจทำสมาธิสร้างพลังจิตให้เพียงพอแล้ว จะได้รับประโยชน์แก่ตนเองและสังคม เพราะบุคคลที่มีสมาธิเพิ่มพลังจิตได้มากแล้ว เขาย่อมจะมีความรับผิดชอบสูง มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เนื่องจากพลังจิตได้เข้าไปปรับปรุงสมองให้เกิดความสุข ช่วยเคลียร์จิตใจให้โปร่งใส จึงสามารถตัดสินใจและแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ ของธุรกิจได้อย่างถูกต้อง และอาจจะหยั่งรู้ในธุรกิจได้ลึกซึ้งกว่าผู้ที่ไม่ทำสมาธิ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง