ประเภทงานวิจัย
:
งบประมาณภายนอก
งบประมาณ
:
300,000
ปีงบประมาณ
:
2540
แหล่งทุน
:
สกว.
ประเภทงานวิจัย ( ทุน )
:
งบประมาณภายนอก
ระยะเวลาดำเนินการวิจัย
:
2540-08-01 ถึง 0000-01-00
หน่วยงาน
:
หัวหน้างานวิจัย
:
พนักงานขับรถ
สถานะงานวิจัย
:
เสร็จสมบูรณ์
 
-
บทคัดย่อ ( Abstract )
-
 

 

  งานวิจัยนี้มุ่งสำรวจตัวบ่งชี้ควมพึงพอใจของผู้บริโภคในบริการของร้านค้าปลีก 4 ประเภท ได้แก่ ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านสรรพาหาร และร้านค้าส่วนลด กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 299 ตัวอย่าง ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก สถิติที่ใช้คือ การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor analysis) การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance) การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ถดถอยเชิงซ้อน (Regression analysis) การทดสอบโดยใช้ค่า Chi-square และการคำนวนหาค่าสถิติพื้นฐาน (Descriptive statistics) ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยพื้นฐาน (Underlying factors) ที่ได้จากการวิเคราะห์องค์ประกอบเป็นตัวบ่งชี้ความพึงพอใจของผู้บริโภค กรณีการไปใช้บริการร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ร้านสะดวกซื้อ ร้านสรรพาหาร และร้านค้าส่วนลด ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในบริการของร้านค้าส่วนลดมากที่สุด เนื่องจากตัวบ่งชี้ด้านนโยบายผลิตภัณฑ์ ราคา และการบริการ ทั้งนี้ผู้บริโภคจะซื้ออาหารประเภทเครื่องกระป๋องจากร่นค้าส่วนลดบ่อยที่สุด ผู้บริโภคพึงพอใจร้านสรรพาหารหรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นอันดับสอง เนื่องจากตัวบ่งชี้ด้านนโยบายผลิตภัณฑ์ ราคา และการบริการ โดยเฉพาะชนิดและคุณภาพของอาหารสด ทั้งนี้เพราะผู้บริโภคจะซื้ออาหารประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์บ่อยกว่าอาหารชนิดอื่นๆ ผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจน้อยที่สุดในการซื้ออาหารจากร้านค้าสะดวกซื้อ อย่างไรก็ตาม ตัวบ่งชี้ความพึงพอใจคือ นโยบายผลิตภัณฑ์ ราคา และการบริการ ได้แก่ ทำเลที่ตั้ง เวลาที่ให้บริการ การได้บริการตัวเอง และพนักงานขายที่สุภาพ โดยซื้ออาหารประเภทเครื่องดื่มบ่อยที่สุด ผลการวิเคราะห์พบว่าปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อตัวบ่งชี้ความพึงพอใจได้แก่ ระดับการศึกษา รายได้ อายุ เพศ และจำนวนสมาชิกในครอบครัว และปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลตอการประเมินค่าความพึงพอใจโดยรวม ได้แก่ ระดับการศึกษา รายได้ อายุ เพศ และสถานภาพ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มด้วย
  This research investigated indicators of consumer satisfaction in services of different types of food retailers: 1) traditional retailers, 2) convenience stores, 3) supermarkets, and 4) discount stores. The samples were 299 consumers reside in Amphur Muang, Chiang Mai. Convenience sampling was employed, and statistical methods were factor analysis, analysis of variance, regression analysis, chi-square test, and descriptive statistics. The research found that underlying factors from factor analysis were indicators of consumer satisfaction. Consumers were most satisfied with services of discount stores because of product, price, and service policies. They most often bought canned food from the discount stores. Consumers were secondary satisfied with services of the supermarkets because of product, price, and service policies, as well. They most often bought dairy products, health and kid food, and semi-cooked food from the supermarkets. Following the supermarkets, the traditional retailers also got consumer satisfaction from product, price, and service policies, especially types and quality of fresh food. The consumers bought vegetables, fruits, and meat more often than other kinds of food. The consumers were least satisfied with services of convenience stores, while the indicators of consumer satisfaction were product and service policies such as store location, store hours, self-services, and polite service personnel. In addition, the consumers most often bought soft drinks from the convenience stores. The statistical analysis found that personnel factors affected indicators of consumer satisfaction were education, income, age, gender, and the number of family members. Moreover, the personal factors affected the total scores of consumer satisfaction were education, income, age, and marital status. According to the findings, food retailers must adjust their marketing strategies corresponding to each group/or segment of consumers’ wants.
 
 
>> รายละเอียดงานวิจัย