เฉพาะเจ้าหน้าที่ กระทู้ ประกันคุณภาพการศึกษา หลักสูตร บุคลากร หน้าหลัก โครงสร้างเวบไซต์
 


ลบกระทู้ทำไม


 
 



เรียนเจ้าหน้าที่ผู้ที่ลบกระทู้เรื่อง พฤติกรรม อาจารย์ผู้สัมภาษณ์ ป.โท บัญชี หากท่านยังปิดบัง หรือกลัว ผู้เสียหายจากการถูกสัมภาษณ์จะไปร้องเรียนด้วยตัวเอง ถึงคณบดี และอธิการบดี โดยตรง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรสังคมควรได้รับรู้ 

จากคุณ : กระบอกเสียง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 14:29:44 [ 118.172.27.223 ]
 
 



ความคิดเห็นที่ : 1

ผมมีฐานะเป็นศิษย์เก่าของ มช.เมื่อหลายปีก่อน ชอบที่จะรับฟังและติดตามเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นกับสถาบันนี้ และไม่สบายใจถ้ามีเรื่องหรือเหตุการณ์ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นในสถาบันที่ผมรักแห่งนี้  เมื่อวาน (4เม.ย.53) น้องที่ทำงานด้วยกัน มาสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าศึกษาระดับ ป.โท ที่ห้อง m.acc2 ผู้สัมภาษณ์ใช้คำถามที่ดูถูก ดูหมิ่นผู้ถูกสัมภาษณ์ ทั้งอาชีพการงาน, สถาบันการศึกษาที่เรียนจบมา ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าผู้สัมภาษณ์คือใคร ตำแหน่งหน้าที่อะไร ทำไมถึงใช้คำถามที่ไม่สมควรจะถามแบบนั้น คนที่เขาตั้งใจจะเข้ามาเรียน เขาก็ต้องแน่ใจในศักยภาพของเขาในเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตลอดหลักสูตร จุดหมายของเขาก็คือการยกระดับความรู้ที่เขามีอยู่ให้สูงขึ้น ส่วนจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิด ไม่มีใครจะกำหนดได้  สถาบันการศึกษาทุกแห่ง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเท่าๆกัน ไม่ควรจะดูถูกดูแคลน หรือกล่าวร้ายเขา  อาชีพทุกอาชีพ มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันกับอาชีพอื่นๆ  การสัมภาษณ์เป็นการดูบุคลิก ลักษณะท่าทาง ความเหมาะสมของกริยาท่าทาง ตลอดจนการใช้คำพูดของผู้ถูกสัมภาษณ์ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่  ไม่ควรที่จะกล่าวดูหมิ่น เหยียดหยามถึงอาชีพ หน้าที่การงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษาที่ผู้ถูกสัมภาษณ์จบมา   ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้ารับการศึกษา  กรุณาให้ความเป็นธรรมกับผู้เข้ารับการสอบด้วย. ขอบคุณครับ



จากคุณ : ศิษย์เก่า มช. วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 14:30:26 [ 118.172.27.223 ]


ความคิดเห็นที่ : 2

เรียนศิษย์เก่าผู้ตั้งกระทู้
ไม่แน่ใจนะคะว่าเป็นการสื่อสารข้อมูลที่ไม่เข้าใจกันหรือเปล่า ระหว่างกรรมการ กับผู้ถูกสัมภาษณ์   อาจารย์ก็เป็นศิษย์เก่าเหมือนกันมีความหวังดีกับลูกศิษย์ และมีบทบาทเป็นกรรมการสัมภาษณ์ด้วย บางคำพูดอาจมีเจตนาอย่างหนึ่งแต่ผู้ฟังอาจเข้าใจอีกอย่างคงต้องฟังให้ครบทุกประเด็น หากต้องการได้ข้อมูล หรือให้ข้อมูลเพิ่มเติม อาจารย์จะยินดีและขอบคุณมากทีเดียว สำหรับคำแนะนำของศิษย์เก่า

จากคุณ : กรรมการห้องMACC วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 15:32:16 [ 125.25.200.117 ]


ความคิดเห็นที่ : 3

ผมยินดี และดีใจมากครับที่มีท่านอาจารย์ออกมาแสดงความคิดเห็น และ/หรือ รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เราอยากจะให้เกิดขึ้น เรื่องผลการสอบ ได้/ไม่ได้ ไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้ แต่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีของสถาบันการศึกษาอื่น ตลอดจนศักดิ์ศรีของผู้ประกอบอาชีพทุกๆอาชีพ ไม่ควรจะถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีจากผู้ที่คิดว่าอยู่เหนือเขา   ถ้าจะถามว่าเป็นการแปลเจตนาผิดไปจากสิ่งที่อาจารย์คิด ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ความคิดของคนที่ผ่านการเล่าเรียนระดับปริญญาตรีมาแล้วจะแปลผิดความหมาย ตลอดถึงวัยวุฒิก็ผ่านวัยคึกคะนองมามากแล้ว  ผมยืนอยู่ในจุดศูนย์กลางของสองฝ่าย ไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้ ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างบุคลากรหน่วยงานของรัฐ ฟากหนึ่งเป็นหน่วยงานของผม อีกฟากหนึ่งเป็นสถาบันที่ผมรัก   จึงอยากจะให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็ว โดยที่ไม่เกิดเหตุอย่างอื่นลุกลาม ท่านอาจารย์ จะกรุณากล่าวคำขอโทษในคำพูดที่ได้พูดออกไปได้หรือไม่ โดยที่ผมก็จะสบายใจ คนรอบข้างผมก็จะสบายใจ และอาจารย์ก็จะสบายใจไปด้วย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหากมีการประณีประนอม ผลที่ได้ก็คือพวกเราทุกคนพอใจ เราต่างก็มีศักดิ์ศรีพอๆกัน ศักดิ์ศรีของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม อาจารย์คงจะพอมองเห็นความต้องการของเรานะครับ ขอบคุณครับ.

จากคุณ : ศิษย์เก่า มช. วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 16:06:31 [ 118.172.27.223 ]


ความคิดเห็นที่ : 4

ขอบคุณมากค่ะ ที่กรูณาให้ความเห็นตอบกลับ การให้ความเห็นในเชิงบวกย่อมเป็นการสร้างสรรสังคม อาจารย์ก็ไม่สบายใจหากคำพูดบางคำพูดของอาจารย์มีส่วนทำให้น้องไม่สบายใจ อาจารย์ในฐานะผู้พูดในขณะที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์ไปแม้ไม่ตั้งใจหรือไม่มีเจตนาก็ตามก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ  ซึ่งหากน้องมีโอกาสได้เข้ามาเรียนอยู่ในหลักสูตรนี้อาจารย์ก็จะยินดียิ่งเพราะน้องจะพบว่าที่นี่มีนักศึกษาหลากหลายสถาบัน หลากหลายอาชีพจริงๆ ซึ่งไม่มีการแบ่งแยกศักดิ์ศรีใดๆทั้งสิ้นขอยืนยัน และเป็นหน้าที่ของอาจารย์ด้วยซ้ำที่จะต้องหล่อหลอมให้นักสึกษาในรุ่นมีความรักใคร่กัน ช่วยเหลือและร่วมมือกัน และให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาจนกว่านักศึกษาจะสำเร็จการศึกษา  อย่าเพิ่งเกลียดอาจารย์แล้วเกลียดมช.ไปด้วยล่ะ   หากสอบผ่านให้มาเรียนก่อนหลังจากรู้จักกันแล้วค่อยรักหรือเกลียดหรือโกรธอาจารย์ก็ได้นะคะ  และขอบคุณมากสำหรับความคิดเห็นที่มีมาให้ อาจารย์จะได้ไม่พูดทำให้คนฟังเสียความรู้สึกอีก  ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : กรรมการสัมภาษณ์ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 17:23:54 [ 125.25.200.117 ]


ความคิดเห็นที่ : 5

ขอบพระคุณอาจารย์มาก ๆ ครับ 

จากคุณ : กระบอกเสียง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 17:26:34 [ 111.84.102.15 ]


ความคิดเห็นที่ : 6

ดีใจค่ะ   อาจารย์ชอบมากสำหรับคนที่กล้าแสดงความคิดเห็นและรับฟังเหตุผล มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ หากทำงานอยู่สายบัญชีไม่ลองมาสมัครเรียนหลักสูตรนี้ในปีหน้าหรือคะ หรืออาจลองสมัครเรียนสาขาบริหารธุรกิจก็ได้นะคะ ที่คณะมีหลายหลักสูตรที่น่าสนใจทั้งปริญญาโทและเอก  (แต่ต้องถูกสัมภาษณ์แน่ๆเพื่อดูว่ามีความตั้งใจที่จะเรียนจริงๆหรือเปล่า) ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ

จากคุณ : กรรมการสัมภาษณ์ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 17:51:46 [ 125.25.200.117 ]


ความคิดเห็นที่ : 7

ผมขอเสนอความเห็นเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ป.โท เพื่อการคัดเลือกนศ.ใหม่ให้มีประสิทธิภาพนะครับ ก่อนอื่นทางคณะต้องกำหนดเป้าหมายว่าต้องการ นศ.ใหม่อย่างไร ถ้าต้องการใด้ผู้ที่มีความพร้อมทุกด้าน ต้องกำหนด เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ  ประสบการณ์ในการทำงานกี่ปี และ ภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์มาตรฐานเท่าไร (โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีผู้สมัครหรือมีน้อย ) คุณสมบัติผู้สมัครในปีนี้กำหนดไว้กว้างมากๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องยอมรับว่าผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนเป็นผู้ที่มีความรู้เพียงพอที่จะเข้าเรียนได้ครับ การสอบสัมภาษณ์เป็นเพียงสอบถามเรื่องความตั้งใจและทัศนคติต่อสถาบัน ความพร้อมทางการเงินผมเชื่อว่าทุกคนพร้อมเขาถึงสมัครครับ ไม่ควรถามวิชาการในสิ่งที่เขายังไม่ได้เรียนมาก่อน จำนวนต้องการรับ 60 คนแต่ผ่านข้อเขียนถึง 88 คน หมายความว่าอย่างไร ถ้ามีผู้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์ 28 คนผมว่าไม่เหมาะสมและปกติเขาไม่ทำกัน เพราะเปิดโอกาสให้กรรมการตัดสินคนด้วยอคติและมาตรฐานที่ไม่เท่ากัน

จากคุณ : หนึ่งในผู้สมัครสอบ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-05 21:57:24 [ 118.172.107.189 ]


ความคิดเห็นที่ : 8

ถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนบัญชีเลย พอเราตอบคำถามไป มีการหัวเราะเยอะใส่เชิงดูถูก อย่างนี้คนถูกสัมภาษณ์ใครเขาอยากจะเรียนล่ะค่ะ แค่อาจารย์ทีสัมภาษณ์ก็ดูถูกแล้ว ห้องสอบสัมภาษณ์ห้องอื่นเขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก อย่างนี้คนที่ได้ห้องสัมภาษณ์ที่ไม่ถามอะไรมากเขาก็มีเปอร์เซ็นต์สอบได้สูงสิคะ อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิคะ เพราะอัดอั้นตันใจตั้งแต่ออกห้องสอบแล้วค่ะ

จากคุณ : ผู้สอบสัมภาษณ์ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-08 09:13:58 [ 61.19.198.110 ]


ความคิดเห็นที่ : 9

ในฐานะคนกลางที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ ต้องขอชื่นชมในสปิริตของอาจารย์ผู้สัมภาษณ์นักศึกษาที่สมัครสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทห้อง m.acc2 ชื่นชมที่อาจารย์ออกมาแสดงตัวตนและยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในครั้งนี้ ในความคิดส่วนตัวแล้วการสอบสัมภาษณ์โดยทั่วไปน่าจะเป็นการประเมินในเรื่องของ บุคลิก ลักษณะ การแสดงความคิดเห็นและทัศนคติในด้านต่างๆ (ตามแต่อาจารย์จะตั้งประเด็นในการสัมภาษณ์) ของผู้ถูกสัมภาษณ์ เรื่องของสถาบันเดิม ค่าใช้จ่าย ฯลฯ ไม่น่าจะถูกนำมาเป็นหัวข้อในการสัมภาษณ์ เพราะผู้ที่มาสมัครย่อมต้องรู้ศักยภาพของตนเองดีอยู่แล้ว ครูบาอาจารย์ย่อมไม่เลือกศิษย์เพราะครูคือผู้ที่ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาให้แก่ศิษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อยากให้กำลังใจแก่ความคิดเห็นที่ 8 ให้เข้มแข็ง มองอุปสรรคเป็นการต่อสู้ หากมหาวิทยาลัยมีคุณภาพย่อมต้องมีเกณฑ์การตัดสินที่เป็นกลางและเท่าเทียมกัน ส่วนเจ้าของกระทู้ที่เปิดประเด็นแรกในเรื่องของการโดนลบกระทู้ อยากให้เว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูแลกระทู้พิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจทำอะไร เพราะผลที่เกิดขึ้นอาจกระทบต่อหน่วยงานหรือสถาบันของท่านโดยตรง

จากคุณ : ศิษย์พระพิฆเนศวร วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-09 00:40:11 [ 118.174.91.70 ]


ความคิดเห็นที่ : 10

ก่อนอื่นต้องอ้างอิงจางความคิดเห็นของอาจารย์ "กรรมการห้องMACC" (ความคิดเห็นที่ 2)ที่ว่า "บางคำพูดอาจมีเจตนาอย่างหนึ่งแต่ผู้ฟังอาจเข้าใจอีกอย่างคงต้องฟังให้ครบทุกประเด็น "

แต่ตอนสัมภาษณ์ ก็อย่างที่ ความคิดเห็นที่ 8 บอกแหละ ทำให้หลายคนรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เข้าใจว่าอาจารย์อาจต้องการทดสอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คงเป็นความสามารถในการจัดการกับความกดดันที่เกิดขึ้นของผู้เข้าสัมภาษณ์  แต่บางคำถามมันก็..... ต้องบอกว่ามากไป ไม่ใช่แค่อาจารย์นะ ที่ดูบุคลิกท่าทางของนักศึกษา    นักศึกษาก็ดูอาจารย์อยู่เช่นกัน เราก็ปัญญาชน เพราะเราฟังครบทุกประเด็นนั้นแหละถึงรู้สึกแบบนี้ การใช้คำถามบวกกับท่าทางบางอย่างมันทำให้รู้สึกมากกว่าคำว่ากดดัน  การใช้สายตา การหัวเราะพลางพูดไป การใช้น้ำเสียง  ก็อย่างที่บอก... มันมากไป

จากคุณ : ก็เท่านั้น วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-10 01:27:58 [ 118.172.237.235 ]


ความคิดเห็นที่ : 11

อย่างที่ความคิดเห็นที่ 8 และ 10 บอก ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้สอบสัมภาษณ์ โดนคนสัมภาษณ์ที่มีกิริยาท่าทางการพูดจาไม่เหมาะสมกับคำว่าครูบาอาจารย์เลย มีการพูดจาดูถูกผู้สัมภาษณ์ หัวเราะเยาะ ทำสีหน้าดูถูกผู้สัมภาษณ์ ซึ่งดิฉันมีความตั้งใจที่จะมาเรียนอย่างที่ความคิดเห็นที่ 1ได้บอกไว้ก็คือการยกระดับความรู้ที่มีอยู่ให้สูงขึ้น ส่วนจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิด ไม่มีใครจะกำหนดได้ ซึ่งตลอดการสัมภาษณ์ทำให้ดิฉันเสียความรู้สึกมาๆ กับคนที่สัมภาษณ์ทั้งสองคน ความคาดหวังที่จะมาเรียนสถาบันแห่งนี้หมดไปเลยค่ะ ไม่คิดว่าสถาบันดีๆมีชื่อเสียงจะมีอาจารย์อย่างนี้ ถ้าคนที่โดนอาจารย์อย่างนี้สัมภาษณ์แล้วเขาได้เรียนก็คงไม่มีใครอยากเรียนกับอาจารย์คนนี้หรอกค่ะ 

จากคุณ : เกินไปจริงๆ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-12 15:58:50 [ 61.19.198.110 ]


ความคิดเห็นที่ : 12

จากที่อ่านความคิดเห็นและกระทู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกก้อเห็นด้วยกับคนที่ตั้งกระทู้เพราะว่าก้อเป็นหนึ่งในผู้ถูกสัมภาษณ์และมีคำพูดของกรรมการที่สอบในเชิงเปรียบเทียบสถาบันที่จบการศึกษามา กับสิ่งที่ได้ฟังกรรมการสอบสัมภาษณ์พูดนั้นก้อเกือบสติแตกเหมือนกัน แต่ก้อควบคุมอารมณ์ไว้ได้ ย้อนกลับไปถ้าเราคิดในเชิงบวกแล้ว เจตนาของกรรมการฯ อาจจะกำลังทดสอบ EQ ของผู้ถูกสัมภาษณ์อยู่ก้อได้ เพราะว่าเรากำลังจะศึกษาในระดับที่สูงขึ้น แล้วส่วนใหญ่ก้อมีอายุเลยวัยรุ่นมาแล้ว การรู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ที่กดดันมากแค่ไหนคุณต้องควบคุมตนเองให้ได้และมีสติ เพื่อจัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถ้ามองถึงการทำงานก้อสามารถนำมาใช้ได้อย่างดี ที่คิดอย่างนี้เพราะเป็นคนที่ถูกสัมภาษณ์เองก้ออยากให้น้อง ๆ พี่ที่ถูกสัมภาษณ์แล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ลองกลับไปคิดดูใหม่ ทบทวนให้ดีๆ ว่ามันน่าจะเป็นเหตุผลแบบนี้หรือป่าว คนเราไม่ว่าจะทำงานเป็นหัวหน้าหรือลูกน้องหากไม่ถูกฝึกที่จะมีพื้นฐานความคิดในเชิงบวก มีสติ ไม่เอาแรงกดดันมาทำให้หลาย ๆ อย่างเสียไปเพราะขาดสติ ก้อน่าจะเป็นสิ่งดีที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องได้นะ

จากคุณ : ผู้ถูกสัมภาษณ์ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-18 09:21:41 [ 119.42.73.139 ]


ความคิดเห็นที่ : 13

เห็นว่าในการสอบสัมภาษณ์นั้น หากว่าในการฟังสิ่งที่อาจารย์สัมภาษณ์แล้วตีประเด็นไปใหญ่โตขนาดนั้น ก็แสดงว่าวุฒิภาวะของผู้ถูกสัมภาษณ์คงยังมีไม่เพียงพอที่จะเป็นผู้ใหญ่ ได้ ในชีวิตจริงของคนเรามีสิ่งที่เราอาจถูกกดดันจากสิ่งรอบข้างมากมาย ซึ่งในสถานที่สอบสัมภาษณ์นั้นปกติแล้วผู้รับการสอบสัมภาษณ์ต้องเตรียมพร้อมทุกด้านทั้ง IQ ทั้ง EQ ทั้งความรู้รอบตัว และในการเรียน ป.โท  ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิชาอะไรก็ตาม ผู้เรียนต้องมีความรู้ในทุกด้านไม่จำเป็นต้องเป็นวิชาบัญชีอย่างเดียว เพราะการเรียนบัญชีอย่างเดียวนั้นได้เรียนครบทุกวิชาใน ป.ตรีแล้ว 

จากคุณ : ศิษย์เก่า มช.เช่นเดียวกัน วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-18 17:53:00 [ 58.11.82.182 ]


ความคิดเห็นที่ : 14

อู้ย..ห้องสอบที่4ก็เป็นค่ะ ไม่ใช่แค่ห้องที่2 อยากจะบอกให้อาจารย์ทราบนะค่ะว่า การที่มาสอบและได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมภาษณ์ ถือว่าชนะแล้ว ได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ได้มีโอกาสได้เข้ามาสัมภาษณ์ก็ต้องการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นการดูถูก หัวเราะเยาะใส่ แบบนี้ไม่เหมาะมากเลย ออกห้องสอบมา รู้สึกว่าคิดผิดมาเลยที่ตั้งใจทำข้อสอบ ตั้งใจหาความรู้เพื่อที่จะเข้าเรียนที่นี่ให้ได้ คงจะบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ปีหน้าไม่มาแล้วค่ะ เสียความรู้สึก มานี่ต้องการกัลยาณมิตรค่ะ ขอแค่ความรู้สึกดีๆกลับบ้านก็พอ ไม่ใช่ได้ความรู้สึกแย่กลับไปแบบบนี้ สถาบันมีเกียรตินะค่ะ แต่คณาจารย์บางท่านไม่เหมาะสมค่ะ!!

จากคุณ : ห้อง4ค่ะ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-20 16:17:31 [ 112.142.121.242 ]


ความคิดเห็นที่ : 15

มีคำถามครับ
การใช้ห้องสอบสัมภาษณ์หลายห้อง
 อาจารย์แต่ละห้องก็ใช้คำถามคนละเรื่อง คนละราวกันเลย มีเกณฑ์ตัดสินการสอบยังไงครับ 
ผมไปส่งเพื่อนสอบหลายคนครับ โดยที่กรรมการสอบแต่ละห้องใช้คำถามไม่เหมือนกันเลย บางห้องถามเรื่องหลักวิชาทฤษฎีอย่างเดียวเลย บางห้องพูดสอบถามทั่วไปแค่นั้น บางห้องถามหน้าที่การงาน ภาวะเงิน
เลยสงสัยว่าสถาบันขนาดนี้ ใช้มาตราฐานเดียวกันในการสอบสัมภาษณ์หรือไม่ (สอบข้อเขียนไม่มีข้อสงสัยครับ)
เพื่อนผมมีทั้งติดและไม่ติดครับ ไม่เข้าข้างใคร
แค่สงสัย ดังที่กล่าวมาข้างต้นครับ
ติเพื่อพัฒนานะครับ

จากคุณ : อาจารย์ สถาบันอื่น วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-21 16:23:27 [ 202.29.60.147 ]


ความคิดเห็นที่ : 16

สนับสนุนความคิดเห็นที่ 15 ค่ะ น่าจะมีการสอบแค่ห้องเดียว 

จากคุณ : บัญชีเทคโนตีนดอย วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-22 10:12:01 [ 122.154.230.29 ]


ความคิดเห็นที่ : 17

ขออนุญาตกล่าวตรงนี้ในฐานะเป็นนักศึกษา MACC มช. คนหนึ่งว่า คณาจารย์ที่นี่ไม่มีใครมีดูถูกนักศึกษาแถมยังดูแลกันเป็นอย่างดี ปีที่ดิฉันสัมภาษณ์ก็มีคำถามประมาณเดียวกันกับผู้ตั้งกระทู้และผู้ที่เข้ามาตอบหลายๆท่าน ในประเด็นเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการเรียน MACC, ความสามารถในการเรียนให้จบ,ความรู้พื้นฐานทางบัญชี  
     ซึ่งการสัมภาษณ์ถึงฐานะทางการเงินของนักศึกษา ก็มีส่วนสำคัญเพราะค่าเทอมปริญญาโทภาคพิเศษถือว่าค่อนข้างสูง อาจารย์ท่านคงไม่ต้องการให้นักศึกษาเกิดความเดือดร้อนเรื่องการเงิน เพราะนักศึกษา ป.โท ส่วนใหญ่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว หรือส่งเสียตนเอง น้อยรายที่จะมีเงินถุงเงินถังจากพ่อแม่ส่งเสีย ซึ่งดิฉันเองก็เคยไปสัมภาษณ์ ป.โท ที่สถาบันอื่นมา 2 แห่ง ก็ถูกถามในประเด็นการเงินเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ถือเป็นการดูถูก แต่เป็นการแสดงความห่วงใย และทำให้ได้คิดเพื่อประเมินความสามารถของตนเองค่ะ
      

จากคุณ : นักศึกษา MACC คนหนึ่ง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-23 01:05:14 [ 58.8.101.206 ]


ความคิดเห็นที่ : 18

(ต่อ)    ส่วนการถามความรู้ทางบัญชี หากตอบไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องเครียดหรือไปตีความว่าเป็นการดูถูกสถาบันที่คุณเรียนจบมา เพราะจริงๆแล้วแค่ต้องการเช็คดูไหวพริบของคุณและประเมินภาพรวมของนักศึกษาใหม่เพราะเด็กจบใหม่ย่อมมีความรู้แน่นกว่าคนที่จบไปนานๆ อาจารย์ท่านเพียงจะนำภาพรวมจากการสัมภาษณ์ไปปรับการสอนให้ทุกคนสามารถเรียนได้เท่าทันกัน หรือถ้าคุณมองโลกในแง่ดีคุณก็จะพบว่าตัวคุณเองยังจำสิ่งที่อาจารย์ของคุณสอนเอาไว้ได้มากน้อยแค่ไหน และควรกลับไปทบทวนอะไรบ้างในฐานะคนทำงานด้านบัญชี
      มหาวิทยาลัยที่มีเกียรติแห่งนี้ต้อนรับผู้ที่ต้องการเข้ามาเรียนทุกคน ไม่จำกัดว่าคุณจะเป็นใครมีฐานะอย่างไร แต่อย่างหนึ่งซึ่งผู้ที่ต้องการเข้ามาเรียน MACC ต้องยอมรับก็คือ ความพร้อมในการเรียนป.โท ไม่ว่าจะสาขาใดก็ตาม เพราะถ้าคุณทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย คุณจะไม่มีวันหยุด และการเงินของคุณไม่ควรจะต้องเดือดร้อนเพราะนอกจากค่าเทอมแล้ว ยังมีค่าตำรา ค่าจัดทำรูปเล่มรายงาน  ภาษีสังคมต่างๆ นอกจากนี้ความเครียดและความกดดันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจากรายงานและการบ้าน ยังไม่รวมเรื่องการสอบและทำ IS ซึ่งคนที่จะเรียนสำเร็จต้องพร้อมจริงๆค่ะ 
    ขอย้ำว่าการคัดคนเข้ามาเรียน MACC ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะหรือสถาบันที่จบมาเลยค่ะ แต่อยู่ที่ใจของคุณผู้สมัครเองมากกว่า ว่าพร้อมจะเข้ามาเป็นลูกศิษย์ที่นี่ด้วยความเต็มใจและตั้งใจที่จะเรียนหรือไม่ หากคุณมีอคติตั้งแต่เริ่มแรกทั้งต่อสถาบันและ/หรืออาจารย์แล้ว กรุณาทบทวนตัวเองเถอะค่ะ

จากคุณ : นักศึกษา MACC คนหนึ่ง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-23 01:07:52 [ 58.8.101.206 ]


ความคิดเห็นที่ : 19

ถูกบางส่วน แต่บางคนไม่ได้มีอคติตั้งแต่แรกค่ะ ไม่งั้นคงไม่ตั้งใจมาสอบหรอกนะคะ ทุกคนพยามเต็มที่ แต่มาเจอแบบที่หลายคนกล่าวข้างต้น ต้องกลับไปทบทวนกันหลายคนกันทีเดียวเลยนะคะนั่น ขอฝากให้การประเมินนักศึกษาเข้าศึกษาได้พิจารณาให้เกิดความเหมาะสม เพื่อเลี่ยงปัญหาที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีระหว่างผุ้มาสอบกับคณาจารย์

สิ่งที่ทุกท่านมาแสดงความคิดเห็นก็เพื่อเกิดการปรับปรุงแก้ไขและสร้างความเข้าใจร่วมกัน

จากคุณ : อีกเสียง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-23 09:28:34 [ 203.156.49.203 ]


ความคิดเห็นที่ : 20

ยินดีกับผู้ผ่านการสอบคัดเลือกทั้ง 66 คน ดีใจด้วย 

จากคุณ : ยินดี วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-23 11:44:33 [ 118.172.98.47 ]


ความคิดเห็นที่ : 21

       ก่อนอื่นผมขอชมเชยทัศนคติเชิงบวกของความเห็นที่ 12 แต่รู้สึกว่าคุณเจ้าของกระทู้ และผู้ถูกสัมภาษณ์บางท่านมองโลกในแง่ร้ายเกินไปรึเปล่า ส่วนคุณความเห็นที่ 1 ขอชมเชยคุณเป็นเจ้านายที่ปกป้องลูกน้องดีจริงๆ ครับ

       อยากแชร์บางอย่างให้คนที่ต้องการเข้ามาเรียน MACC ทราบว่า การเข้ามาเรียนที่นี่คุณต้องอดทนตั้งแต่ด่านแรกที่เข้ามา ซึ่งต่อไปคุณจะทนได้ไหมถ้า...อาจารย์จากสถาบันดังๆในกรุงเทพที่เชิญมาสอน มองคุณด้วยสายตาเหยียดๆเมื่อคุณตอบคำถามไม่ได้ แล้วย้อนถามว่าพวกคุณเรียนจบมาได้ยังไง....โดนวิพากษ์วิจารณ์รายงานว่าด้อยคุณภาพ....และตอนที่คุณพยายามไป Defense IS ให้ผ่านแล้วต้องพบกับอาจารย์ที่พูดจาแรงๆ และไม่ฟังความคิดเห็นของคุณบ้างเลย 
       ก็เห็นใจผู้ถูกสัมภาษณ์ และเข้าใจว่าภายใต้ความกดดันและความคาดหวังที่อยากจะเรียน ทำให้ตีความไปต่างๆนานากับสิ่งที่เผชิญ แต่อยากให้มองอาจารย์ในแง่ดีขึ้นนะครับ สงสารครับ อาจารย์บัญชีที่นี่มีน้อยแต่ทำงานหนักมากทุกคนครับ

จากคุณ : เห็นใจ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-23 13:39:23 [ 119.46.218.1 ]


ความคิดเห็นที่ : 22

เรื่องนี้ไม่มีใครผิดถูกหรอกครับ เห็นใจกันทั้งสองฝ่าย และควรเห็นว่าน่าจะหยุดออกความเห็นได้แล้ว เรื่องจิ๊บ ๆๆ  อย่าไปเครียด ปล่อยวางเหอะคับสำหรับผู้สมัครเรียน และเป็นกำลังใจให้อาจารย์ คิดว่าทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีเจตนาไรมากหรอก มาวิพากย์วิจารณ์มาก ๆ นี่แหละ ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สบายใจ เดี๋ยวแต่ละฝ่ายต่างก็จะเข้าใจกันเอง  เป็นกำลังใจให้ทั้งอาจารย์ และ ผู้สอบ แล้วกัน 

จากคุณ : เข้าใจ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-23 14:19:44 [ 118.172.98.47 ]


ความคิดเห็นที่ : 23

การคัดเลือกครั้งนี้ตัดสินด้วยการสัมภาษณ์มากกว่าอย่างอื่น ซึ่งครั้งแรกก็มองโลกในแง่ดีว่า อาจารย์คงทดสอบ EQ เท่านั้น แต่ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างสิ้นเชิง น่าละอายที่สุดกับสถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งนี้น่าจะกำหนดคุณสมบัติว่าผู้ที่จบใหม่ต้องเป็นศิษย์เก่า มช.เท่านั้น จะได้ไม่เสียเวลามาสมัคร สังคมภายนอกเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่เขาทำได้เพียงวิจารณ์กันในวงการธุรกิจ อยากบอกอาจารย์ที่นี่ว่า ภาพลักษณ์สถาบันแห่งนี้เสียหายมากๆในสายตาคนภายนอก ผู้ที่สมัครสอบนั้น อาจารย์รู้หรือไม่ว่าผู้ปกครองเขาเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากกว่าสิบบริษัท เขาเสียความรู้สึกอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของ มช.และตัว นศ.เองในหลายๆด้านอย่างเป็นรูปธรรม

จากคุณ : สายตาคนภายนอก วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-24 12:15:07 [ 118.172.115.88 ]


ความคิดเห็นที่ : 24

 อาจารย์รู้หรือไม่ว่าผู้ปกครองเขาเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากกว่าสิบ บริษัท เขาเสียความรู้สึกอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของ มช.และ ตัว นศ.เองในหลายๆด้านอย่างเป็นรูปธรรม
***********************************
ประโยคนี้ผมว่าไม่ควรมาใช้นะครับ หากการถูกสัมภาษณ์และไม่ได้ดังหวัง+คิดไปเอง ผมว่าก็อย่าเรียนเลยครับเอาเวลาไปตรึกตรองให้ดีกว่า และถ้าผู้ปกครองตัดสินจากการที่ลูก หรือคนในปกครองมีศักยภาพสำหรับเขา แต่ไม่ติดหรืออะไรตาม ทุกทีศักยภาพและความต้องการย่อมต่างกัน และผมก็เคยถูกมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม) สัมภาษณ์ผมและประโยคที่ผมเจ็บสุดๆคือ จากที่ดิฉันสัมภาษณ์คุณมาดิฉันรู้สึกว่าคุณตอแหลนะค่ะ ช่วยตอบตามความเป็นจริง ณตอนนั้นผมช๊อคมากแต่ ผมก็ตอบกลับในทันทีว่า อย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นเช่นนั้น หากเพียงแค่ผมสามารถเรียบเรียงคำพูดให้เหมาะสมะ สามารถพูดและถ่ายทอดมาได้ดีกว่าคนอื่นครับ  ผมคิดว่าสาเหตุนี้เลยทำอาจารย์คิดว่าผมตอแหล นี้คือบทสนทนาที่เกิดขึ้นและจบลงด้วยที่ผมคิดเองว่าคงไม่ติด แต่สุดท้ายก็ติดครับ ปล.ขออภัยนะครับที่ความคิดเห็นมันดูแรง แต่บางความคิดก็กล่าวหาและ เป็นการดูหมิ่นสถาบันที่คุณต้องการศึกษาเช่นกัน และบางความคิดเห็นก็พูดเหมือนคนละคนแต่ IP อันเดียวกัน..........

จากคุณ : คิด อีเมล : ttt@hotmail.com วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-04-27 01:53:26 [ 58.9.195.246 ]


ความคิดเห็นที่ : 25

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านอาจารย์เป็นอย่างมากครับ ที่ออกมาขออภัย ในสิ่งที่พูดออกไป  

ผมเคารพอาจารย์ที่ภาควิชาการบัญชีแห่งนี้ เป็นอย่างสูงครับ และก็เป็นศิษย์เก่า Macc 
ตอนเรียนป.ตรี ไม่ได้เกียรตินิยม เกรดก็สองกว่า ๆ  และก็ไม่ได้เรียนที่มช.  จบแล้วเรียนต่อเลย  ดังนั้น ใครที่เรียนสถาบันอื่นมาสมัครสอบได้เลยครับ  ขอให้มีความตั้งใจ และก็พร้อมในทุกด้าน ก็ไม่มีปัญหาครับ

ส่วนเรื่องสัมภาษณ์  ผมก็โดนท่านอาจารย์ (คิดว่าน่าจะท่านเดียวกัน) ถามในแนวนี้ คิดในใจตอนนั้นก็ว่าแรงอยู่แต่ผมได้อธิบายถึงความตั้งใจ  และความมุ่งมั่น ว่าอยากเป็น CPA อาจารย์ก็ตอบด้วยเสียงแข็งมาก ประมาณว่า “ที่นี้ไม่ได้ให้ CPA คุณนะ  คุณคิดใหม่ไหม ไม่ต้องเรียนก็ได้” และอีกหลายคำถามที่ทำให้ถอดใจ  “ไม่ได้แน่ ๆ  เด็กจบใหม่แบบเรา”   ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่าไม่ได้ ก็ไปเรียน ม.เอกชน ที่เขาเปิด ป.โทบัญชี แล้วกัน

พอได้เข้าไปเรียน  อาจารย์  พี่  ๆ  เพื่อน ๆ  ในรุ่น มีความรักใคร่กลมเกลียวกันมาก  มาจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสรรพากร   CPA  TA    และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อ พูดคุยสอบถาม  รวมทั้งด้านวิชาชีพกันอยู่  และอาจารย์ที่สัมภาษณ์ ก็ยังเป็นที่ปรึกษาในการทำ IS  จนสามารถจบได้ใน 2 ปี ซึ่งตอนทำ IS ก็ได้ข้อคิดจากท่าน และความอดทน อดกลั้น  ซึ่งภูมิใจเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน ก็ได้เอาชื่อเสียง ของมช. เป็นใบเบิกทางในการทำงาน  และก็ภูมิใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้บอกว่าเป็นศิษย์เก่ามช.  อยากบอกว่ารัก Acc-Ba มากครับ


จากคุณ : M-acc 8 วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-06-26 09:22:46 [ 202.28.51.72 ]


ความคิดเห็นที่ : 26

เป็นอีกคนหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท และเป็นอีกคนหนึ่งที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากสถาบันอื่น  ตอนนั้นที่เข้าสัมภาษณ์ ตัวเองต้องยอมรับกับสิ่งที่จะได้รับจากการกดดันอยู่แล้ว   พอได้เข้ามาศึกษาจริง ๆ ท่าอาจารย์ทุกท่านดูแลนักศึกษาดี บางครั้งอาจมีอคติกับท่าอาจารย์บางท่าน แต่พอได้สัมผัสกับอาจารย์แล้ว ท่าจะรู้สึกรัก และเคารพอาจารย์โดยที่ความรู้สึกอคตินั้นจะหายไป เพราะความรู้สึกรัก เคารพอาจารย์มันมากจริง ๆ ขอขอบพระคุณท่าอาจารย์ที่ให้ความรู้ และบ่มสอนหลาย ๆ เรื่อง ทั้งอยู่ภายใต้ความกดดันจากหลาย ๆ เรื่อง เพราะโลกภายนอก กดดันกว่าภายในคณะหลาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เท่านัก  
หากนักศึกษาท่านอื่นคิดว่าจะมาเรียนแล้วสบาย ๆ เรียนแล้วจบไป เพื่ออะไรก็ตาม คงต้องบอกว่าท่าคิดผิด เพราะเรียนแล้วได้อะไรเยอะแยะ ได้มากกว่าเงินค่าเทอมที่เสียไป ได้เพื่อนที่ดี ได้สังคมที่ดีมาก ๆ ได้ความภูมิใจในตัวเอง ได้ความรักสถาบัน ได้ถูกฝึกสอนการรับมือกับแรงกดดันต่าง ๆ ซึ่งต้องเจอในโลกภายนอก โหดร้ายกว่านี้เยอะ  บางครั้งด้วยความเป็นเด็ก อาจมองท่านอาจารย์เป็นทางด้านลบ แต่ถึงเวลาจริง ๆ ท่านอาจารย์ดีมาก ๆ   ดีมาก ๆ จริง ๆ  นักศึกษาเก่าทุกท่านคงเข้าใจดี 
ขอชื่นชมอาจารย์ ที่ออกมาขออภัย ขอชื่นชมอาจารย์มาก ๆ 
รัก เคารพอาจารย์ มาก ๆ 

จากคุณ : MaccXX วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-07-20 09:15:35 [ 58.137.192.67 ]


ความคิดเห็นที่ : 27

เรียนท่านผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ ท่านเรียนได้จบถึง ป.ตรี จะต่อ ป.โท แล้วไม่ทราบหรอครับ ว่าการใช้คำถามเชิงดุถูก หรือ ทำให้อึดอัด เป็นรูปแบบการสัมภาษณ์อย่างหนึ่งที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ในต่างประเทศเค้าก็ใช้กัน(ไม่เชื่อคุณลองไปอ่าน Text Book ในวิชา HRM ครับ) ถ้าจาต่อ ป.โท แล้วความรู้เล็กๆน้อยๆแค่นี้ไม่มี ก็ไม่น่าเรียนต่อ ป.โท เลยครับ มหาลัยที่สอนโปรแกรม Inter เค้าก็ใช้กัน คุณไปถามกรรมการสัมภาษณ์ที่เป็น Professional ที่ไหนเค้าก็รู้จักและ และการไม่กำหนดเกรดในการรับเข้าศึกษาต่อผมก็เห็นด้วยนะครับ เพราะบางมหาลัยมีความยาก ง่ายไม่เหมือนกัน สอบผ่านข้อเขียนมาเป็นข้อสอบที่มีมาตราฐานเดียวกัน และมาตราฐานที่ดีกว่าเกรด  "อ.ของจุฬาท่านหนึ่งยังเคยพูดว่า 2.00 จุฬา เก่งกว่าสามกว่าในบางที่ซะอีก ขอไม่เอ่ยนาม" แล้วเดี๋ยวนี้มหาลัยที่เค้ามีแนวคิดใหม่ๆ เค้าก็ไม่ค่อยกำหนดเกรดกันแล้ว

แล้วเรื่องมาตราฐานของ การสัมภาษณ์ เค้ามีชุดคำถาม(ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการสัมภาษณ์)ครับว่าเค้าจะถามอะไรบ้าง เค้าต้องเข้าประชุมหัวข้อที่จะใช้ถามก่อน ส่วนคำถามเสริมเป็นการเช็คไหวพริบ เป็นไปไม่ได้ที่คณะจะไม่มีมาตราฐานในการสัมภาษณ์ 
ผมเรียน มช. ยังไม่เห็นอ.คนไหนมีอคติเลย อ. เค้าคุณวุฒิ วัยวุฒิ สูงๆทั้งนั้นอ่ะครับ เค้าคงไม่มีเวลาใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก

จากคุณ : นักศึกษา ป.ตรี สาขาบัญชี มช. ครับ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-09-04 03:43:21 [ 119.42.77.193 ]


ความคิดเห็นที่ : 28

The interviewing test was terrible so much. 
I was one of all candidate who passed the narrative and understand test to interveiwing in MACC.
 I delighted and was so happy with the rights to interviewing and also hoped getting chance to study in MACC but every things collapsed when out from the room. 
Anyway every things was fine becouse I knew these was a methology of interviewing for a students in master degree. 
In the above guildline's very benefited preparing to apply and indicating scope of accounting subjects to reading.

จากคุณ : N/A วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-12-01 18:38:20 [ 119.46.115.211 ] 

จากคุณ : NA วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2553-12-01 18:42:09 [ 119.46.115.211 ]


ความคิดเห็นที่ : 29

ปกติห้องที่สัมภาษณ์ก็จะมีห้องแบบนี้มานานแล้วนิค่ะ ก่อนสอบสัมภาษณ์เคยขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ รุ่นพี่เล่าว่าจะมีห้องสามแบบ ห้องทดสอบความอดทน ห้องทดสอบความรู้ ห้องเรื่องทั่วไป มีทุกรุ่นตอนสอบเข้าอยู่แล้วนิค่ะเรื่องธรรมดาค่ะ คือ อาจารย์คงต้องการเห็นว่านักศึกษาจะจัดการในสภาวะแบบนี้ได้อย่างไร อดทนต่อความกดดันได้แค่ไหน ในการที่จัดผู้สอบสัมภาษณ์ไปสอบสัมภาษณ์ในห้องต่างๆ นั้นอาจารย์คงมีเหตุผลค่ะ ถึงความคิดเห็นที่ 23นะค่ะ คือตอนที่มาสมัครจบสถาบันอื่นมาค่ะ เกรด สามกว่าๆ ทำข้อสอบเข้ามช.ได้ค่ะรู้สึกว่าง่าย(ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่านะค่ะ) เวลาสัมภาษณ์ได้ห้องที่สัมภาษณ์ทั่วไปค่ะ อาจารย์ใจดีมากค่ะ คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นแต่เด็กมช.นิค่ะที่มช.จะรับเข้าเรียนและปฏิบัติดีด้วย เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าค่ะ ส่วนตัวก็อยู่ในแวดวงธุรกิจ มช.ชื่อเสียงก็ดีนิค่ะ การที่จะสอบเข้ามาเรียนได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว ด่านแรก คะแนนสอบเข้า ถ้าสูงโอกาสได้รับการพิจารณาให้เข้าเรียนก็สูง ถึงตอนสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเกรดที่จบมาที่แสดงถึงตัวของบุคคลในด้านการศึกษา และก็ต้องดูสถาบันที่จบมาเพราะแต่ล่ะสถาบันการเรียนการสอนไม่ความเข้มงวดไม่เท่ากันรวมถึงการสอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ คิดว่าการสัมภาษณ์ไม่น่าจะมีผลมากมายอะไรขนาดนั้นอ่าค่ะ ในความคิดก็ประมาณนี้แหละค่ะ

จากคุณ : ; ) วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2554-10-18 13:22:47 [ 223.206.8.155 ]


ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* ความคิดเห็น :
รูปภาพประกอบ : ไม่เกิน 100 Kb
(ชื่อไฟล์ไม่ควรเป็นภาษาไทยครับ)
* ชื่อผู้ออกความคิดเห็น :
อีเมล :
กรอกรหัสที่ท่านเห็นให้ครบและถูกต้อง
หมายเหตุ : ช่องที่มีเครื่องหมาย * อยู่ข้างหน้าคือช่องที่ต้องกรอกข้อมูล